Home เกร็ดความรู้ นิมิตของหลวงพ่อจวน บันไดเวียนรอบภูผา ๗ ชั้น มหัศจรรย์แห่งสิ่งก่อสร้าง

นิมิตของหลวงพ่อจวน บันไดเวียนรอบภูผา ๗ ชั้น มหัศจรรย์แห่งสิ่งก่อสร้าง

1 second read
0
1
4,728

ประเทศไทยของเรานั้นนับว่าเป็นประเทศที่โชคดีมาก ทั้งในเรื่องของชีวิตความเป็นอยู่ แหล่งทำมาหากิน สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่มีผู้คนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้ให้ความสนใจอย่างมาก และในวันวันนี้เราได้มีวัดหนึ่งซึ่งที่มาน่าเหลือเชื่อจริงๆ มาอ่านประวัติกันเลย

“วัดเจติยาคีรีวิหาร” หรือ “ภูทอก” สร้างขึ้นเมื่อปีพุทธศักราช ๒๔๘๓ โดยการนำพาของ “พระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ” ซึ่งได้มาบำเพ็ญเพียรสมณธรรมอยู่ที่ภูวัว จังหวัดหนองคาย

เรื่องของเรื่องก็คือ คืนหนึ่งพระอาจารย์จวนได้เกิดนิมิตขึ้น โดยเห็นปราสาทสองหลัง ลักษณะสวยงามมาก อยู่ทางด้านภูทอกน้อย ดังนั้น ท่านจึงได้เดินทางมาพิสูจน์ตามที่เกิดนิมิตและได้พบกับลักษณะภูมิประเทศที่สวยงามร่มรื่น เหมาะที่จะปฏิบัติธรรม จึงได้สำรวจและปักกลดอยู่ที่ถ้ำบนภูทอกกับพระครูสิริธรรมวัฒน์

ต่อมา ญาติโยมชาวบ้านคำแคนเห็นว่าพระอาจารย์จวนธุดงค์มาอยู่ที่ภูทอก จึงพร้อมใจกันอาราธนาให้สร้างวัดขึ้นที่ภูทอกแห่งนี้ ในปี พ.ศ. ๒๕๑๒ ชาวบ้านได้มาช่วยกันสร้างบันไดขึ้นภูทอกจนถึงชั้นที่ ๕-๖ และได้ปลูกสร้างเสนาสนะสำหรับพระสงฆ์อยู่ถึง ๒ เดือน ๑๐ วัน จึงแล้วเสร็จ

ปี พ.ศ. ๒๕๑๓-๒๕๑๔ พระอาจารย์จวนได้ชักชวนชาวบ้านสร้างทำนบกั้นน้ำขึ้นสองแห่ง เพื่อใช้เก็บกักน้ำและจัดระบบน้ำประปาภายในวัดภูทอก

นอกจากนั้น กองทัพอากาศดอนเมืองได้ถวายเครื่องไฟฟ้าแรงสูงสำหรับใช้ภายในวัดหนึ่งเครื่อง กรมวิเทศสหการได้ถวายพระพุทธรูปหล่อขนาดใหญ่เป็นประธานหนึ่งองค์ไว้ที่วิหารชั้น ๕ และบรรดาญาติโยมได้ช่วยกันสมทบทุนสร้างโรงฉันและศาลาที่ชั้นหนึ่งหลัง พร้อมกับก่อสร้างสะพานลอยฟ้าไปรอบๆ ภูทอกในชั้นที่ ๕ และ ๖ รวมถึงการสร้างสถานที่บำเพ็ญเพียรภาวนาแทรกไว้ตามจุดต่างๆ โดยรอบหน้าผา สิ้นค่าก่อสร้าง ๔๕,๐๐๐ บาท

การก่อสร้างนั้นเป็นไปด้วยความยากลำบาก เพราะเป็นการเจาะหินทำนั่งร้านด้วยไม้เนื้อแข็งสองท่อน ผูกติดกับเสาที่ปักไม้เท้าแขนลงไป แล้วจึงพาดไม้กระดานเป็นสะพานทีละช่วง ช่วงละประมาณหนึ่งเมตรเศษ ระหว่างคานจะมีคานรองรับอีกชั้นหนึ่ง จึงทำให้สะพานแข็งแรงมาก นับว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์แก่ผู้พบเห็นเป็นอย่างยิ่ง!

จากวันนั้นจนถึงวันนี้ วัดภูทอกยังได้มีการปรับปรุงและสร้างสิ่งก่อสร้างเพิ่มเติมอีกเป็นระยะ ๆ

จนกลายเป็นสถานที่ที่มีศักยภาพในด้านการท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดหนองคาย (ปัจจุบันคือบึงกาฬ)

ซึ่งมีประชาชนทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศเดินทางไปท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก

Load More Related Articles
Load More By arare
Load More In เกร็ดความรู้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

Check Also

ทุกวัยฟัง “เวลาตื่นนอน” ตื่นตอนไหนมันดียังไงดูกันชัดๆ

นอกจากจะกินอาหารให้ครบ ๕ หมู่ หมั่นออกกำลังกาย และนอนให … …